MaE 的个人资料M@E's Life : I can stand...照片日志列表更多 工具 帮助
10月20日

กระบี่รีพอร์ต!!!~๐*

14-26 OCT 2009 @ Ao Nang-Krabi
 
มาทำงานที่กระบี่ครบ 6 วันล่ะ
สนุกดีนะ
เดิน-ขี่มอไซด์ ทั่วทั้งอำเภอเมือง แล้วก็รอบๆอ่าวพระนางจนเชี่ยวเส้นทางเลยล่ะ
 
จะมีที่เสียอยู่อย่างเดียวตอนนี้ก็คือ
เจอแดดเผามือจนเกรียมไหม้ไปหมดแล้ว
 
ยื่นมือออกมาดูแต่ละที ทำเอารับไม่ได้ T^T
ไม่เคยทั้งดำ ทั้งผื่นขึ้นเต็มๆมือ อย่างงี้มาก่อนเลยนะเนี่ย
 
นับเป็นสิ่งที่แย่อันดับต้นๆตั้งแต่เกิดมาเลย
--ภูมิแพ้--
--อีสุกอีใส--
--แดดเผา--
ต่อไปจะไปไหนต่อดีเนี่ย
 
ไปหาหมอดีกว่าว่ะ เริ่มจะรับไม่ได้จริงๆล่ะ
ตอนแรกกะว่าเดี๋ยวกลับไปกรุงเทพก่อน แล้วไปหาหมอที่เดียวพร้อมกับที่ไปหาหมอหน้าเลย
 
แต่นี่คงไม่ไหวแล้วล่ะ
 
เฮ้ออออออออออ
 
 
ยังไงก็ ขอบคุณพี่เต๊ะ สำหรับ Aloe after sun gel เหมียวคิดว่ามันช่วยได้มากเลยล่ะ
 
 
 
ปล.ที่น่องช้ำเป็นจ้ำม่วงเลยอ่ะ เจ็บข้อเท้าอีกต่างหาก
 
ลุยได้อีกงานนี้
 
ห่วงตัวเองบ้างก็ได้นะเว้ยไอ้เหมียว
 
 
8月4日

LESSON ONE (บทที่ 1)


คำว่า "สิทธิผู้บริโภค" ใช้ได้กับเมืองไทยมากแค่ไหนกัน

เคยคิดกันบ้างรึเปล่าว่า
เรามีสิทธิในการเลือกจับจ่ายซื้อของอย่างไร

ตัวอย่างจากสิ่งรอบตัวที่เราคิดว่าไม่เป็นไรมีอยู่มากมาย
ดังเช่น

......(1)......
นางโฉมฉายเดินอยู่ในซุปเปอร์ฯ ณ ห้างแห่งหนึ่ง

เธอเข้าไปซื้อขนมขบเขี้ยวให้กับลูกสาว - - ประกายตา
โดยที่ข้างถุงขนม ติดไว้ว่า รับของแถมได้ที่เคาน์เตอร์สมนาคุณ

นางโฉมฉายหยิบขนมถุงชิ้นนั้น คิดเงินและนำใบเสร็จที่ได้ไปยังเคาน์เตอร์สมนาคุณ

พนักงานที่เคาน์เตอร์ยื่นมือมารับใบเสร็จของเธอ
ปรายตาดูที่ใบเสร็จนั้นเล็กน้อย พร้อมบอกนางโฉมฉายว่า
"ของแถมหมดนะคะ"
นางโฉมฉายคิดในใจว่า
((.......อ๊าวววว แล้วที่ติดไว้หมายความว่าไง...เออ ไม่เป็นไร ช่างมัน.......))
พลางตอบพนักงานกลับไปว่า
"อ้อ เหรอค่ะ งั้นไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ"

.................


......(2)......
ณ ร้านสะดวกซื้อใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง

ประกายตาเหนื่อยล้ากับการเิดินทางไกล
เธอจึงเข้ามาเลือกซื้อเครื่องดื่มเพื่อแก้กระหาย
บนชั้นวางของข้างหน้าเธอมีน้ำผลไม้กล่องวางอยู่
พร้อมกับป้ายเขียนจูงใจขนาดใหญ่ว่า


ราคาปกติ 2 กล่อง 50 บาท
ราคาพิเศษ 2 กล่อง 25 บาท

....
แลกซื้อ....


เธอหยิบน้ำผลไม้นั้นขึ้นมา 2 กล่ิองแล้วไปชำระเงิน
พนักงานหนุ่มรับของคิดเงินตามจำนวน
ประกายตา ยื่นธนบัตรสีแดงให้กับพนักงานหนุ่ม
พนักงานหนุ่ม คืนเงินทอนให้ประกายตาเป็นจำนวน 50 บาท

ประกายตาเอะใจกับจำนวนเงินทอนนั้น จึงกล่าวถามพนักงานหนุ่มไปว่า
"น้ำผลไม้สองกล่องเท่าไหร่นะคะ"
"50 บาทครับ" พนักงานหนุ่มหลังเครื่องชำระเงินกล่าว

ประกายตางุนงงกับราคาที่พนักงานคนนั้นพูดกับเธอ
เพราะนั่นเป็นราคาเต็มของน้ำผลไม้ 2 กล่องนั้น

ประกายตาจึงถามกับพนักงานขายว่า
"ไม่ใช่ 25 บาทเหรอคะ"
พนักงานหนุ่มหน้ามล ตอบกลับมาด้วยท่าทียิ้มกริ่ม
"นั่นต้องแลกซื้อครับ"

ประกายตาคิดในใจ
((.......เฮ้ย.....เฮ้อ จะคืนของก็กระไรอยู่ เงินก็จ่ายไปแล้ว
เออ ช่างมันเถอะ
.......))

"ค่ะ"
ประกายตาตอบ พร้อมก้าวเท้าของจากร้านไปอย่างไม่ใส่ใจ


.................


......(3)......
ปฎิภาณเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดหลายสัปดาห์
ขากลับอยากแวะซื้อของให้กับภรรยาที่อยู่กินกันมาหลายปี
เขาจึงเลี้ยวรถเข้า OUTLET ที่อยู่ตรงหน้า

ปฎิภาณเลือกซื้อเสื้อผ้าในร้านแบรนด์ดัง ร้านหนึ่ง
เขาเห็นป้ายลดราคา 70% ที่ติดบนราวแขวนเสื้อผ้า
และสะดุดตากับชุดประโปรงชุดหนึ่งเข้าอย่างจัง

"อันนี้น่าจะเหมาะ" ปฎิภาณพูดเบาๆกับตัวเองพลางเปิดป้ายราคา

สำหรับ สวมใส่
ชุดประโปรงผู้หญิง
ขนาด M

ราคา 2,800 บาท

((.......2,800 ลด 70%
เอา 2,800 คูณด้วย 70 แล้วหารด้วย 100 ลดไป 1,960
เพราะฉะนั้น เอา 2,800 ลบด้วย 1,960 เหลือ 840
โอเค ผ่าน!!!!.......))

ปฎิภาณเลือกของได้เป็นที่เรียบร้อยก็เดินไปชำระเงิน
พนักงานสาวสวยยิงบาร์โค้ตพร้อมบอกราคาปฎิภาณ

"2,800 บาท ค่ะ"

"อ้าว ไม่ได้ลด 70% เหรอครับ"
"ป้ายสีฟ้าไม่ลดค่ะ ลดแต่ป้ายสีแดง"

((.......เอาวะ ช่างมัน นานๆทีซื้อที
โฉมฉายจะได้ดีใจด้วย
.......))

"ครับ งั้นก็คิดเงินเลยครับ"

.................


จากคำว่า       "เออ ช่างมัน"

ประโยคนี้เราใช้เมื่อเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้บ่อยแค่ไหนกัน

จริงๆมันก็เป็นความรับผิดชอบของทั้งผู้ซื้อสินค้า และผู้จำหน่ายสินค้า

เพราะ

ผู้จำหน่ายสินค้า ควรเชคสต๊อกของ หากของหมด ก็ควรนำป้ายสมนาคุณออก
เพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจ

ผู้ซื้อสินค้า ควรตรวจเชคราคาสินค้าจากป้าย หากไม่เข้าใจหรือสงสัย ควรถามพนักงานขาย
ไม่ควรผลีผลามซื้อ และควรคิดอย่างรอบคอบ


ใครๆ อาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็ก
เงินไม่กี่สตางค์ ก็ช่างมันเถอะ
จริงๆว่า ส่วนใหญ่ก็อาจจะเกี่ยวกับเงิน
แต่ประเด็นสำคัญบางทีมันก็เป็นเรื่องความรู้สึก และสิทธิ์ของผู้บริโภค

คนที่ใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ (ที่อาจจะลุกลามใหญ่โต ในวันข้างหน้า)
ก็พยายามรณรงค์ โฆษณา เพื่อให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญ
อย่าคิดแต่คำว่า "ช่างเถอะ ไม่เป็นไร"
เพื่อให้ทุกคนได้ใช้สิทธิ์ ใช้เสียงของตัวเอง เพื่อความเป็นธรรม
เพราะทุกๆคนมีสิทธิ์จะเรียกร้อง แสดงความคิดเห็น
เพื่อประโยชน์ของตัวเอง

แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่ใส่ใจกัน

ทั้งๆที่บางเรื่องที่เรียกร้องสิทธิ์กันปาวๆ
(ซึ่งประเด็นของเรื่องก็ไม่น่าจะมาร้องขอ)
(เหมือนกับการยื่นฎีกาพระราชอภัยโทษ)

ก็ทุ่มเทกันเสียมากมาย

แต่
บางเรื่องควรที่จะเรียกร้องมากกว่ากลับไม่ตระหนักถึง

แล้วนี่มันยังไงกัน



เราเป็นคนนึงแหละ ที่ยอมไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้
แต่ก็เป็นคนนึงเช่นกัน ที่ก็ใช้คำว่า ช่างมันเถอะ

ตอนนี้
เราเองก็จะหันมาทบทวนคำว่า ช่างมันเถอะให้มากขึ้น
แล้วนึกถึง สิทธิ์ที่ตัวเองพึงได้รับ
และจะไม่ทำสิ่งที่ไปเบียดเบียนสิทธิ์ของผู้อื่น

เพื่อประโยนช์ของเราเอง ที่จะไม่ยอมให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ
จากคนที่มุ่งหาแต่ผลประโยชน์โดยไม่คิดถึงผู้อื่น


ใครไม่ทำ ชั้นก็จะทำล่ะ!!!~



4月8日

ป๊าดดด...พลาดดดดดเข้าให้!!!~๐*

 
เมื่อวันจันทร์ไปเจอผองเพื่อนพี่น้องประจำบ้านเปรี้ยวมา
กะว่านัดคุยเรื่องไปเที่ยวว่าตกลงจะเอายังไง
 
"เกาะล้าน" รึ "เกาะเสม็ด"
 
นัดกันไว้ 5 โมงเย็น เลยไปดู KNOWING รอก่อนถึงเวลานัด
 
และก็เป็นเพราะฝนตกเลยต้องเอา "รถ" ออกจากบ้าน
 
รอบแรก // ก็เอาไปจอดที่พารากอนก่อน // ทุกอย่างปกติดี
รอบสอง // เอารถไปวนเพราะชั่วโมงจอดฟรีหมดแล้ว เลยเอาไปจอดที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ// ก็ปกติดีเหมือนเดิม
 
ถึงเวลานัด ก็ไปเจอกัน เฮฮา กิน คุย เมาท์ แซวแตกกันไปเรื่อยเปื่อย
 
สรุปแล้ว ทริปพ.ค. นี้ก็จะไปเกาะล้านกันแทน
ตอนนี้ก็เหลือแค่ว่า จะจองที่พักที่ไหน เท่าไหร่ ก็เป็นอันจบ
 
จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้านตามแต่วิสัย
ไอ้เราเอารถมา ก็เลยอาสาไปส่งเพื่อนๆน้องๆที่จะไปทางเดียวกัน
 
เต้ - - กลับเข้ามหาลัย
เอ๋ - - ไปรพ. จุฬา
ขวัญ - - กลับบ้าน อยู่โซนเดียวกัน
 
โอเคคคคค จัดไปปปปป
 
เดินดุ่มๆดุ่ยๆ 4 คนไปที่ศูนย์หนังสือจุฬา ณ เวลา 20.30 น.
ผู้โดยสารพร้อมมมม
คนขับพร้อมมมมมม
 
เอ๊าาาาาาาาาา ไป!!!!~
 
แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ....
(ไม่ได้มี paparazzi มาแอบถ่ายรูป แต่ให้ออกเสียงเป็นการสตาร์ทรถ
 
แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ....
แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ....
 
เฮ้ยยยยย ship หายแล้ววววว อะไรวะเนี่ย
 
อ๊ะ เอาใหม่อีกที
 
แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ....
 
แซดดดดดดดดดดดด กรี๊ดดดดด
แบตหมดเร๊อะ >> สัญชาตญาณแรกที่คิด
โทรหาหม่าม้า ม้าไม่รับ
โทรหาอ๋อง >> ไดสตาร์ทเปล่าพี่ ไม่งั้นก็ลองจัมพ์แบตดู
 
รถที่ผ่านไปมา 2 คัน มีอาสาจะช่วยทั้งนั้น
แต่.......
ไม่มีสายพ่วงกันเลยสักคัน
 
โอ้ แม่........
 
จนแล้วจนรอด ในที่สุด
คุณพี่รถเบนซ์คันงามก็มาเป็นเจ้าชาย(หญิง?)ขี่ม้าขาวมาช่วยได้ทัน
งานนี้ต้องขอบคุณ คุณพี่รถเบนซ์ มากๆ ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป
 
Many Thanks,
คุณ Masda 3 ... คุณใจดีมากเลยค่ะ คนไทยเป็นอย่างงี้ทุกคนก็คงดี
คุณ Honda เอ๊ะ รึ Toyota ... นั่นแหละ คุณเต็มที่มากๆ พุ่งเข้าช่วยเหลือทันที แต่...ก็ไม่มีสายจัมพ์
 
คุณน้องเต้ ... ถึงแม้จะเป็นผู้ชายที่ยังไม่มี skill เรื่องรถ แต่ก็ทำให้เราไม่รู้สึกกังวลเรื่องรถสตาร์ทไม่ติดเลยแม้แต่น้อย
คุณน้องขวัญ ... หนูใช้เสน่ห์ของหนูในการมัดใจหนุ่มๆที่มาช่วยพี่ได้จริงๆค่ะ 555+
คุณเอ๋ ... ช่วยติดต่อคุณพ่อ ตามเรื่องให้ตลอด ขอบคุณมากนะ
 
แล้วประสบการณ์นี้ก็สอนให้เรารู้ว่า
 
" ไปซื้อสายพ่วงแบตมาติดรถซะ "
 
ทั้งนี้ จะสามารถช่วยให้ตัวเองพ้นเรื่องนี้ได้ รวมทั้งคนอื่นๆที่อาจประสบกับเหตุการณ์เช่นเดียวกัน
 
 
 
*****หนูสัญญาว่า ครั้งหน้า ถ้าหนูเจอใครประสบเหตุการณ์เช่นนี้ หนูจะเข้าไปช่วยเหลือค่ะ****
 
 

 
ห้อย!!!~
 
+ +จะสงกรานต์แล้ว ปีนี้ว่างๆนิ่งๆอยู่กับบ้านบ้างก็คงจะดี ไม่ต้องเสียตังค์ด้วย
+ +HappY BirthdaY to all of you who born in this MONTH
+ +อ้วนขึ้นเยอะเลยว่ะ รู้สึก!!!~
+ +หน้าฝน หน้าร้อน หน้าหนาว ในคราวเดียวกัน
+ +เกาะล้านฮาเฮ ทะเลหน้าฝน ฮ่าฮ่าฮ่า
 
1月19日

อิสระที่จะเขียน!!!~๐*


จาก

CANTO NO.15
  (By น้องเฉิน)

นักแต่งเพลง
 
ปากกา
 
ฆาตกรรม



เวลาบ่าย เมื่อแสงตะวันเริ่มคล้อยลงไป
ในห้องสีขาวไม่เล็กไม่ใหญ่ห้องหนึ่ง
มีนักแต่งเพลง ท่าทางลุกลี้ลุกลน จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เขาคอยมองไปที่นาฬิกาเรือนที่ติดอยู่กับข้างฝาตลอดเวลา
พลางเขียนข้อความบนกระดาษอย่างไม่หยุดหย่อน

สิ่งที่เขากำลังทำในตอนนี้คือ
นั่งเขียนเพลงอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม กระดาษใบเดิม และปากกาคู่ใจด้ามเดิม

เวลานี้ เขาครุ่นคิดถึงเนื้อเพลงที่เขาต้องแต่งให้เสร็จภายในวันนี้
นี่ก็ปาไปครึ่งค่อนวันแล้ว
แต่ทว่า เขากลับคิดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่น้อย

ทั้งๆที่.."เขา" เป็นนักแต่งเพลงมือฉมัง
ไม่ว่าจะเป็น..เพลงรักดูดดื่ม เพลงที่ให้กำลังใจ เพลงแนวบวกทั้งหลายแหล่
เขาก็แต่งมาแล้วแทบทั้งสิ้น
และส่วนใหญ่ก็โ่ด่งดัง ขึ้นชาร์ทอยู่นานหลายสัปดาห์
แต่ ณ วินาทีนี้
เขากำลังจนมุม

ในช่วงเวลาที่เขารู้สึกกลัดกลุ้ม
เขาคิดจะเขียนเพลงแนวตลาดขายอีกสักครั้ง
แต่สามัญสำนึกในกายเขาก็แย้งว่ามันก็เป็นเพียงเพลงตลาดซ้ำๆเดิมๆ
ที่ไม่มีอะไรดึงดูดใจนักฟังเพลงรุ่นใหม่อีกต่อไป

"อ๊ะ! ใช่แล้ว!!!~"
ในที่สุด เขาก็คิดอะไรได้ออก

วิธีจบแบบที่ 1
** เขาลองเขียนเพลงแบบด้านมืด แนวฆาตกรรม แนวเพลงใต้ดินแทน
และแล้วชีวิตของเขาก็ผันผวนเปลี่ยนไปหลังจากนั้น
เขากลายเป็นเจ้าพ่อนักแต่งเพลงแนว Death Metal Indy อันดับหนึ่งของประเทศภายในชั่วข้ามคืนเดียว
และนั่นเป็นแรงบันดาลใจให้นักเขียนการ์ตูนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง
แต่งเรื่อง Detroit Metal City ขึ้นมา เป็นที่โด่งดัง จนถึงปัจจุบัน

วิธีจบแบบที่ 2
** เขาเดินตรงรี่เข้าไปหาโปรดิวเซอร์ของเขา
แล้วหยิบปากกาคู่ใจด้ามเดิมของเขากระซวกเข้าไปที่หน้าท้องของเธอ
"พี่......ทำไม....."
"อ้ออออ ความรู้สึกมันเป็นอย่างนี้นี่เอง...พี่กำลังหาแรงบันดาลใจอยู่น่ะน้อง
พี่อยากเขียนเพลงแนวลบ แนวฆาตกรรมเถือกๆนี้ แต่เขียนยังไงก็ไม่ถูกใจเสียที
ต้องขอบคุณน้องมากๆ ที่ช่วยทำให้พี่กระจ่าง"
"ค่ะพี่ น้องดีใจที่เป็นส่วนช่วงผลักดันแรงบันดาลใจของพี่"

หลังจากที่โปรดิวเซอร์เขาพูดจบ เธอก็ยิ้มให้เขาและจากไปอย่างสงบ


(Credit: Detroit Metal City--Kiminori Wakasugi
            Canto No.15--น้องเฉิน)



แนวทดลองน่ะ ทดลองอะไรไม่รู้
พอดีอยู่ดีๆก็อยากเขียนขึ้นมา 555+

เออออ! ถ้ามันไม่ได้จบแบบที่ 1 หรือแบบที่ 2
พวกคุณๆคิดว่ามันจะจบอย่างไร???
หรือลองแต่งใหม่เล่นๆก็ได้นะ

ฮุฮุฮุ


**ผลงานชิ้นนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล องค์กร หรือสถาบัน ใดๆทั้งสิ้น เป็นเพียงเรื่องสมมติขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น



1月16日

ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน!!!~๐*


มันคงไม่เรียกว่า REView หนังสืออะไรขนาดนั้น
เพียงแต่ว่า...

หนังสือเล่มนี้ เหมือนกำลังเล่นหนังประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง
รูปแบบเดียวกัน แต่พัฒนาเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อให้ตามไปพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

จะหยิบยกข้อความในหนังสือมาให้อ่านเรียกน้ำย่อยกันหน่อย

เป็นข้อความของท่านพุทธทาสภิกขุ ที่ว่า

"ประชาธิปไตยโกงนั่นมันร้ายกาจอย่างไร
คือประชาชนทั้งหลายไม่มีศีลธรรม แต่ถือระบบประชาธิปไตย
มันก็มีโอกาสที่จะใช้กิเลสของตนอย่างเสรี
แต่ละคน ๆ มีเสรีภาพที่จะใช้กิเลสของตนอย่างเต็มที่
เมื่อประชาชนทุกคนมันไม่มีศีลธรรม มันโกง มันก็เลือกผู้แทนโกง...
ผู้แทนโกงทั้งหลายไปประกอบกันเป็นรัฐสภาก็เป็นรัฐสภาโกง
รัฐสภาโกงไปตั้งคณะรัฐบาล ก็เป็นรัฐบาลโกง
เจ้าหน้าที่ทุกคนก็เป็นคนโกง โกงกันทั้งบ้านทั้งเมือง"

พุทธทาสภิกขุ
(ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน:หน้า 338)

คำพูดนี้เราคงเห็นได้จากเหตุการณ์ต่างๆจากช่วงปีที่ผ่านมา
ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วผลที่เกิดขึ้นกับคนที่โกงเป็นอย่างไรบ้าง

ไม่น้อยเลยล่ะ

ไปลองหามาอ่านกันเห๊อะนะ อย่างน้อย มันคงจะได้เตือนสติอะไรบางอย่างบ้าง?



(credit: http://thaispecial.com/bookshop/default.asp)


ปีใหม่แล้ว แต่ละคนคงตั้งเป้าหมายอะไรสักอย่างในช่วงปีใหม่

เริ่มปีใหม่แล้วเราจะ...

จะเก็บออมเงิน ปีนี้จะได้มีเงินเก็บกับเขาบ้าง
จะเริ่มเรียนภาษา/คอมพิวเตอร์/ถ่ายรูป

บลา บลา~

แต่ละปีที่ผ่านมาเราก็ตั้งเป้าหมายไว้เยอะเหมือนกัน
สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง
แต่ปีนี้ เราจะไม่เริ่มแค่ที่ปีใหม่ค่อยทำ
เริ่มวันนี้เลยก็ได้นิหน่า ทำไมต้องไปเริ่มใหม่ที่ปีใหม่ หรือช่วงเทศกาล
ปีนี้ เลยไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรสักอย่างจริงๆจังๆ (แล้วมันจะดีมั้ยเนี่ย)

แต่ที่แน่ๆที่เราจะทำต่อไปเรื่อยๆคือ

เก็บเงิน...แยกเป็นเงินที่จะออมไว้ กับเงินที่จะเก็บไปเพื่อโอกาศพิเศษต่างๆ
ตื่นเช้า...ต้องตื่นไม่เกิน 6.30 ให้ได้ (เข้าใจว่า ซื้อเวลาจากรถใต้ดินได้ แต่ประหยัดหน่อยก็ดีนะ)

ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ หน้าที่มี ความรับผิดชอบมี เราก็ต้องเพิ่มพวกนี้ให้มากขึ้นด้วย
แต่...การเป็นผู้ใหญ่ มันก็เหนื่อยจังเลยนะ
ไม่เป็นอย่างใจเลยสักกะอย่าง



ห้อย!!!~
+ +อ่านความสุขของกะทิแล้วก็อยากดูหนังแฮะ
+ +กลายเป็น Ringtone Editor ของบริษัทไปซะแหล่ว 555+
+ +เขียนบัญชีรายจ่ายได้อาทิตย์เดียวก็จอดซะแล้วชั้น เอาใหม่ๆ
+ +ไม่รู้เมื่อไหร่ - Lipta, Album: Lovemaker 2 by AM:PM ไปหามาฟังกันซะ
+ +คิดถึงอนาคตให้มากกว่านี้นะเออ~



12月3日

OreoLemonCheezeCake!!!~๐*


"ของหวานจานใหม่ที่ไม่ใช่ เจลลี่"



เมื่อวันจันทร์ไปเดินช้อปกาฮอลิก กับทราย ที่ เซนทรัล เิวิืลด์
ก่อนไปก็เฮฮาปาจิงโกะกับ พระจันทร์ยิ้มแถวๆนั้น แม่เจ้า .... น่ารักมากมายยยยยย
ไปถึงกินข้าวเม้าท์แตกตามประสาสาวสาว แล้วก็มาจบลงที่ซุปเปอร์มาร์เกต
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เวลาไปที่นี่ทีไร จะต้องไปมุดหัวอยู่ที่โซนซุปเปอร์มาร์เกตทุกที

เดินเข้าซุปเปอร์ฯก็ตรงเข้าไปคว้าหมับ
มือขวาก็คว้าตะกร้ามาใส่ของ
มือซ้ายถือสูตรส่วนผสมต่างๆ
ที่แขนก็ห้อยกระเป๋าพะรุงพะรัง

นี่มันมาซื้อของรึว่าย้ายบ้านกันแน่วะ

ได้ของครบ
**ครีมชีส
**ครีมสด
**แผ่นเจลาติน - - อันนี้ซื้อมาผิด แต่อะลุ้มอะล่วยใช้ได้
**กลิ่นวานิลา
**โอริโอ้ 2 หลอด
ก็กลับมาลองของกันสักตั้ง




~!!!๐..OreO Lemon Cheeze Cake..๐!!!~

ทำครัสท์
ทุบโอริโอ้ให้ละเอียด//หยาบ ผสมกัน (วันนี้ทำเยอะ ใช้ให้หมดเลย 2 หลอด)
นำเอาโอริโอ้ป่นไปใส่ยังภาชนะต่างๆที่เตรียมไว้เป็นฐานของชีสเค้ก

เตรียมส่วนผสมทำเจลาติน
หาชามใส่ไมโครเวฟได้ 2 ใบ ใส่ผลเจลาตินเพื่อใช้ทำครีสชีสและครีมรสเปรี้ยว แยกชามกัน
ของเราใช้แผ่นเจลาติน 12 แผ่น ใส่ชามละ 6 แผ่น
แผ่นเจลาตินที่ซื้อมาต้องเอาไปแช่น้ำให้นิ่มก่อน
แล้วเติมน้ำร้อนเล็กน้อยให้มันละลาย
(เจลาตินแข็งตัวเร็วมาก ถ้าจะให้ดีควรหาชามน้ำอุ่นมาหล่อชามเจลาตินไว้)
(ถ้าเจลาตินแข็งก็เอาเข้าไมโครเวฟ 30 วิหรือ 1 นาทีก็ได้)

ทำชีสครีม
ใส่ชีสครีม Cottage Cheese ทั้งก้อนลงในแผ่นฟิล์มใสห่ออาหาร
ห่อแผ่นฟิล์มแล้วนวดๆปั้นๆสักระยะ เพื่อให้มันนุ่ม
(จะบอกว่า ชั้นสนุกสนานกับโมเมนท์นี้มากมาย ฮ่าฮ่าฮ่า)
แกะฟิล์มออก นำชีสที่ได้ใส่ชาม
ใส่น้ำตาล 6-8 ช้อนโต๊ะ ใส่กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
ถ้าไม่มีเครื่องปั่น ก็ใช้ช้อนกวนเหมือนข้าพเจ้าได้
กวนไปสักระยะให้ส่วนผสม เข้ากันดี(scrubb)
พอส่วนผสมเนียนก็ใส่ไข่แดง 2 ฟอง // ครีมสด 6-8 ช้อนโต๊ะ // เจลาตินที่ละลายน้ำแล้ว
ใช้ที่ตีไข่//ช้อนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว

นำภาชนะที่ใส่โอริโอ้ไปลอยคออยู่ในชามขนาดใหญ่//หม้อ//ถาด ที่มีน้ำ้เย็นผสมน้ำแข็ง
จากนั้นเทชีสครีมที่ผสมเสร็จแล้วลงบนโอริโอ้
ความเยอะน้อยตามใจชอบ แต่ปริมาณที่เราทำมันเยอะ เลยต้องแบ่งๆกันไป
รอให้ชีสครีมแข็ง

ทำครีมเลมอน

ผสมส่วนผสม ครีมสด 6 ถ้วย (ปริมาณ 3/4 ของ 1ถ้วยตวง = 1 ถ้วยเรา)
น้ำตาล 10 ช้อนโต๊ะ // กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
น้ำเลมอน 6.1/2 ช้อนโต๊ะ // เจลาตินที่ละลายน้ำแล้ว
ผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปราดเป็นอีกเลเยอร์หนึ่ง บนชีสครีมที่แข็งตัวแล้ว

แช่ตู้เย็นให้เย็นก่อนรับประทาน จะอร่อยเริ่ดมาก



ข้อดีของขนมหวานชิ้นนี้
**ทำง่ายมาก มีความสุขเพลิดเพลินระหว่างการดำเนินการ 555+
**ไม่ต้องมีเตาอบ มีแค่กระติกน้ำร้อน//ไมโครเวฟ และตู้เย็น คุณก็สามารถทำขนมได้ค่ะ

ข้อเสียของขนมหวานชิ้นนี้
**มันอ้วนเจ้าพระคุณรุนช่องมากเลยค่ะ น้ำตาลทั้งนั้นเลยยยยย ไขมันอีกต่างหากกกกกก




เริ่มทำตอน 4 ทุ่ม เสร็จตอนตี 2
ตื่นอีกที 7.30 ของเช้าวันรุ่งขึ้น ได้ข่าวทำงาน 8.30
อีเหมียวเอ้ยยยยยย

วันอังคารเลยถือโอกาสปล่อยของ หลังจากที่ได้ลองของสำเร็จ
เอามาให้เพื่อนๆพี่ๆที่ทำงานกิน
ส่งออกนอก
....
..
.
ไม่ใช่ล่ะ

เอาไปให้คุณทราย//คุณปู ทานเล่นๆ

หวาน....มัน.....ของแท้ก็อันนี้เนี่ยแหละ

คอมเม้นท์จาก คอมเม้นเทเทอร์ทั้งหลาย ได้ความว่า

"ทำไมมันเปรี้ยวอ่ะ" (- -") อ่าวคุณพี่ จะให้คุณน้องตอบยังไงคะ ชื่อเค้กก็บอกอยู่แล้วว่า เลมอน

"ชีสเยอะนะเนี่ย" (- -") เริ่มทำน่ะ ยังกะปริมาณไม่ถูก
"เอออ เป็นแม่ศรีเรือนที่ดีนะเนี่ย" (- -") อุปกรณ์ที่ทำยังค้างคืนไม่ได้ล้างเลยค่ะ
"อร่อยๆๆๆ" (^๐^) ปลื้มค่ะ
"นี่มันชีสเค้ก หรือว่า ไข่ตุ๋น" (- -") เอิ่ม คุณเพื่อนคะ ทำมาให้กิน ก็กินๆไปเห๊อะ บ่นนักใช่มั้ย
"นี่มันพุดดิ้งมากกว่าว่ะแก" (- -") ชั้นใส่เจลาตินเิยอะเกินไปมั้ง
"เลี่ยนอ่ะ" (- -") ชีสเค้กอ่าค่ะ ครั้งหน้าหนูจะทำฟรุ๊ตสลัดมาให้กินแทนล่ะกันค่ะ
"เฮ้ยยย เอาไปขายได้เลยนะเนี่ย" (^๐^) ขายชิ้นล่ะเท่าไหร่ดีคะ 120.-ล่ะกัน 555+

ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เป็นหนูทดลองให้กับเรานะค๊าาา ขอบคุณมากมาย
เหมียวก็ขอน้อมรับคำติชมทุกคำค่ะ อะไรแย่ๆก็จะไปแก้ไขในครั้งต่อไปค่ะ



ห้อย!!!~๐*
+ +หนูแกะหนูเกาขั้นเทพค่ะ ลายทั้งตัวเป็นที่เรียบร้อย จากแมวกลายเป็นงูไปแล้ว
+ +ใช้เงินรุนแรงไปเปล่าวะ
+ +หนูอยากดูคอนเสิร์ตค๊าาาาาา ถ้าฟรีจะดีมากมายค๊าาาาาา
+ +Pride&Glory, Happy Birthday, ฝัน หวาน อาย จูบ .... น่าดูทั้งนั้นเลยอ่าาาาา
+ +หนูจะเป็น Producer (ตัว)ใหญ่

11月24日

ซวยได้อีก!!!~๐*


เมื่อต้นเดือนไอ้คุณน้องสุดที่เลิฟมันโดนพิษอีสุกอีใส

หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ มันก็มาถูๆไถๆอ้อนบ้าอ้อนบออะไรของมันกับชั้นก็ไม่รู้

ผลปรากฏ

โดนไปเต็มๆ เป็น  "อีสุกอีใส"  จนได้

แง๊๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

อาทิตย์นี้เลยนอนอยู่บ้านทั้งอาทิตย์ได้มั้ง
ไม่กล้าออกไปพบหน้าใคร

อาย ว่ะ

ขนาดชั้นยังกลัวหน้าตัวเอง
ถ้าคนอื่นมาเห็น มันคงคิดว่าชั้นตายแล้วมาหลอกมาหลอนมันล่ะมั้ง

เศร้าสุดๆ

ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนา//รักษา ให้หายไวๆ+อย่ามีแผลเป็น

ก่อนหน้านี้หน้าตาก็ไม่ได้ดีอะไร มาเจออีสุกอีใสเข้าแทรก ยิ่งแย่ไปกันใหญ่

เฮ้อออ....อยู่บ้านอย่างนี้ ใครๆก็ไม่ต้องมาอิจฉาชั้นนะ
เจอแบบนี้ทรมานชิบ ไม่ได้รู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่บ้านเลยยยย

อยากไปทำงานแล้ว อยากไปเจอเพื่อนๆ อยากไปเที่ยวววว
แง๊!!!!~



ไร้สาระไปวันๆ อ่านะ



ห้อย!!!~
+ +เงินเดือนจะออกแล้วววว (ไม่ได้ไปทำงาน 1 อาทิตย์เค้าจะให้เราเต็มๆเปล่าหว่า)
+ +รู้สึกยังจัดการชีวิตไม่ดีเท่าที่ควรแฮะ
+ +ชีวิตที่ไม่ได้ Perfect ไปหมดทุกอย่าง (แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด)
+ +ขอบคุณนะ
+ +เวลาไม่ได้รักษาอะไร แต่อย่างน้อยเวลาก็เป็นเครื่องมือที่คอยเตือนความทรงจำที่ดีที่สุด
+ +เพื่อนใหม่รออยู่เดือนหน้า?? คราวนี้จะอยู่กี่เดือนหว่า??
+ +กร 3 เดือน, พี่เมย์ 2 เดือน, บุ้ง 4 เดือน, ป็อบ 5 เดือน แล้วเหมียวจะอยู่กี่เดือน???
+ +ห้ามแกะ ห้ามเกา เด็ดขาดด!!!!~

11月13日

หนาวมั้ยล่ะ!!!~๐*


อยู่ดีๆงานที่ทำก็ว่างลงซะงั้น
ตารางงานเดือนนี้ หลังจากนี้ยังเป็นช่องว่าง ที่ไม่มีน้ำหมึกลงมาทาบลงไปเลยแม้แต่น้อย

หนาว~



เมื่อวานวันลอยกระทง
นัดคุณเพื่อนที่ทำงาน+อดีตเพื่อนร่วมงาน ไปปาร์ตี้กันสักหน่อย
ไปกินเค้ก Secret Recipe @ Espranade : Chocolate Marshmellow อร่อยมากกกก ชั้นชอบ
แล้วตามด้วย ส้มตำ @ ข้างถนน ตรงแยกศูนย์วัฒนธรรม : ต้มแซ่บ ตำซั่ว เผ็ดมากกกกกกกก
ของที่กินไปนี่ contrast กันสุดฤทธิ์

สุดท้ายก็มาจบด้วยบรรยากาศเหมือนเมื่อ 4 ปีก่อน

"จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"

เงียบเหงาว่ะ คงเป็นเพราะอยู่ในช่วงไว้ทุกข์แหละ
คอนเสิร์ต กิจกรรมต่างๆเลยน้อย

ไปกับสาวปู 2 คน แล้วก็ไปเจอคนโน้นคนนี้เบี้ยบ้ายรายทางไปเรื่อย

โอ๊ย!
หนาว~



ตื่นนอนมา 3 วัน เริงร่าด้วยอากาศดี
ดีใจที่อย่างน้อยเมืองไทยก็มีฤดูหนาว แม้มันไม่ยาวนานก็ตามแต่
อากาศเย็นอย่างนี้คิดถึงโน่นนี่หลายๆอย่าง

อยากไปเยาวราช
อยากไปปาย
อยากไปภูเขาทอง
คิดถึงพลุ
คิดถึงไมโลร้อน
คิดถึง................

หนาวเลย~



เพราะชอบฟังเพลง
เวลาถึงบรรยากาศอะไร อะไร
ก็เลยอยากจะฟัง//อยากจะร้องเพลงเกี่ยวกับช่วงเวลานั้นๆ

หน้าหนาวปีนี้น่ะเหรอ???

เพลงหนาวนี้ของFriday
ปีก่อนหน้านี้ก็ลงไปแล้ว (เพลงนี้นี่มันอมตะเหลือเกิน)
ปีนี้เลยไม่อยากซ้ำเดิม

ลมหนาว ของ Tea For Three
ก็ดูซึมเศร้าเกินไป

ฤดูหนาวไม่เคยยาวนาน ของ Rose
เออออ อันนี้พอเวิร์คหน่อย แต่.....
ชั้นอยู่กับใครวะ???? ไม่เห็นเหมือนในเพลงเลย ฮ่าฮ่า

มีเพลงอะไรที่มันเกี่ยวกับหน้าหนาวของคนโสดมั่งม่ะ
เอาแบบรื่นเริงเฮฮาไม่ เศร้า เหงา เปลี่ยว อย่างที่เคยเป็นมาอ่ะ
เสนอ+vote ให้นักแต่งเพลงเปลี่ยนขนบในการเขียนเพลงใหม่ค่ะ
เห็นใจคนโสดด้วยยยย

หนาว~



ถ้าไปเดินเล่นภูเขาทองวันสุดท้ายที่มีงานเนี่ย
คนมันจะล้นทะลักมั้ยอ่ะ
เดี๋ยววันศุกร์จะเข้าไปไหว้พระ+เดินเล่นสักหน่อย
ใครจะไปก็โทรมาได้นะ

วันเสาร์จะไปเที่ยวหัวหิน
เที่ยวทะเลหน้าหนาว

วู้ยยยย!!

หนาว~




ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวรวีวรรณ อริยะโสภณวงศ์




11月5日

หนังกลางแปลง!!!~๐*


ในที่สุด เทศกาลหนังกลางแปลงประจำซอย ก็ย้่อนกลับมาอีกครั้ง
แสดงว่านี่ใกล้สิ้นปีเข้าไปทุกที

(เดี๋ยวเดือนธันวาฯก็คงกลับมาฉายอีกครั้ง ช่วงวันพ่อ)

โรงหนังขนาดใหญ่บรรจุคนได้จำนวนมหาศาล สามารถจับจองได้ทุกที่นั่ง
ลำโพง Surround กระหึ่มทั่วทั้งซอย
ตู้ลำโพงตั้งวางอยู่ตรงข้ามกัน เพื่อให้ได้เสียงที่กึกก้องไปทั่ว
ซึ่งก็มีอยู่ตู้หนึ่งตั้งอยู่หน้าประตูบ้านของเราพอดิบพอดี

ส่วนจอหนังขนาดใหญ่ ประมาณ 2 เลนถนน ตั้งตระหง่าน ยืนทนแดดทนฝน
ตลอดเวลา 4 วัน 3 คืน

เสาของจอนั้น ก็ตั้งอยู่ข้างๆลำโพงตัวที่ตั้งอยู่ข้างหน้าประตูบ้านเช่นกัน

ประเพณีดูหนังกลางแปลงของที่นี่มีมานานตั้งแต่เราจำความได้

ตอนเด็ก
รู้สึกสนุกที่อยู่ดีๆมีหนังมาให้ดูฟรีๆ
ไม่เคยนึกเบื่อที่นั่งดูตั้งแต่หัวค่ำ ลามไปถึงเที่ยงคืน

ตอนวัยรุ่นสักหน่อย เริ่มเกิดอาการรำคาญ
เพราะว่าทุกครั้งที่มีหนัง จะต้องอยู่ในช่วงสอบทุกครั้งไป
มันทำให้ทั้งอ่านหนังสือไม่ได้ และบางทีก็มีหนังที่น่าดู 555+

ตอนนี้ (ก็ยังวัยรุ่นอยู่)
เวลาเดินกลับบ้านแล้วเห็นคนนั่งดูหนังอยู่
เรากลับรู้สึกสนใจคนที่นั่งดูหนัง ที่มีท่าทางอินไปกับเรื่องเสียเหลือเกิน
ดูแล้วรู้สึกสนุกที่ คนดูมีส่วนร่วมไปด้วย ทั้งสีหน้าสีตา และท่าทางก็เปลี่ยนไป

มันแปลกดีเน๊อะ



ช่วงนี้กำลังติดเกมส์ NDS Lite ที่หยิบยืมมาจากคุณ Max
ขอขอบคุณผู้มีอุปการะคุณมา ณ ที่นี้

มือถือใหม่ ซื้อมารู้สึกยังรู้ไม่ครบ ยังใช้ไม่คุ้มยังไงก็ไม่รู้

จะกลายเป็นฟุ้งเฟ้อเกินไปเปล่าวะเนี่ย ????


หน้าหนาว(ฝน)ที่ไม่เคยอุ่น



ห้อย!!!~
+ +ไปสมัคร The Star 5 มาแหละ ขำๆนั่งรอสนุกเลย -*- แต่ก็อย่างที่รู้ ไม่ติดอ่าาาาา~~
+ +ดูโปรแกรมหน้าฯมาแล้ว หลอนดีว่ะ
+ +ทริปหัวหิน ไม่ล่มใช่มั้ย??
+ +เงินหนูอยู่ไหนหมด!!!~
+ +โดนหม่าม้าดุเรื่องเล่นเกมส์ด้วยอ่ะ กลายเป็นเด็กอีกแล้วเรา
+ +เบลอๆว่ะช่วงนี้ ก๊งไปรึเปล่า
+ +ยังไม่ได้ดู "ปืนใหญ่ จอมสลัด" เลย
+ +อยากกินสลัดแฮะ
+ +กายออจเะอ่



10月16日

กี่ปีแล้วนะ???


ถึง ปะป๊า

13, 15 ต.ค. 2551

วนกลับมาอีกปีแล้วนะคะ
ไม่ว่าปะป๊าอยู่ที่ไหน ก็ยังรักปะป๊าเหมือนเดิมนะคะ

ยังคิดถึงคำพูดทุกๆคำ
ถ้อยคำที่ให้กำลังใจ
ความทุ่มเทที่ทำเพื่อครอบครัว
รอยยิ้มที่ดูอบอุ่น

ปะป๊าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ
ทุกอย่างไม่มีอะไรแย่ลงไป ทุกคนยังสบายดี

หม่าม้า
สบายดี เหนื่อยเพราะทำงานบ้าง แต่ก็มีความสุข

เม
เรียนจบแล้ว ถึงจะไม่ได้เลิศหรูเหมือนใครๆ แต่ก็พอใจในผลลัพธ์ที่ได้ออกมา
ตอนนี้เมทำงานแล้วด้วยค่ะ อาจจะไม่ได้ช่วยแบ่งเบาอะไรหม่าม้าเท่าไหร่
แต่อย่างน้อย หม่าม้าก็ไม่ต้องมีภาระให้ดูแลมากเท่าเดิม

นัท
ก้าวตามความฝันที่เค้าอยากเป็น ครอบครัวเรากำลังจะมีทันตะแพทย์หญิงในไม่ช้า

ทิพย์
อีกไม่นานก็จะสอบเอนท์แล้ว ผ่านมาเร็วมาเลยนะคะ จากเด็กประถมที่ปะป๊าไปรับไปส่ง
ตอนนี้เป็นเด็กม.ปลาย ที่เก่ง และกำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่

ทุกคนยังคิดถึงปะป๊าเหมือนเดิมค่ะ

รักและเคารพเสมอ


จาก น้องเม


10月14日

เป็นระยะ!!!~*๐

 
นานเหมือนกันแล้วนะที่ไม่ได้มาอัพสเปซ
ทำอะไรหว่าเรา
 
<<< งาน >>>
มีทำ แต่ก็ไม่ได้เยอะ เพราะว่าว่างออน MSN แทบจะทุกวัน
.... ทุกวันเลยก็ว่าได้ ....
 
<<< เที่ยว >>>
 ครั้ง/2 ครั้ง ต่อเดือน มีเป็นครั้งคราว
ล่าสุดไปสวนผึ้ง//อัมพวามา
 
<<< กิน >>>
ปกติเป็นกิจวัตร แถมรู้สึกว่ากินน้อยลงกว่าตอนอยู่ม.ปลายหรือมหาลัยด้วย .... แต่ความอ้วนก็ไม่ได้ลดลงไปเลย
อาหารโปรดช่วงนี้ เส้นหมี่คั่วกุ้งใส่ผักบุ้งด้วย
 
<<< ออกกำลังกาย >>>
ไม่ได้ออกไปวิ่งเลย ฟิตเนตที่บ้านก็เปล่า แต่ที่มีได้ทำบ้างก็เดิน 5 โลเนี่ยแหละ แล้วแต่อารมณ์ ถึงจะทำ
แล้วก็นั่งแช่หน้าคอมทั้งวัน
 
<<< นอน >>>
ทั้งชีวิตเน้นเรื่องนี้เหลือเกิน ทั้งๆที่รู้ว่าหลังจากที่ตายแล้วจะได้นอนเต็มอิ่มกว่าที่เคย
แต่ก็ยังจะใส่ใจกับการนอนมากมายในช่วงที่มีชีวิตอยู่
 
<<< ความคิดและการแสดงออก >>>
สมองเริ่มป่วงเล็กน้อยถึงปานกลาง // โสตประสาทและการรับรู้ไม่ชะงัก
แต่อาการจะคล้าย คอมแรมต่ำ โหลดช้า
การแสดงออก เหมือนเดิม โวยวายบ้างเล็กน้อย
ถ้าโดนวัตถุของเหลวใส มีกลิ่น มีฤทธิ์เป็นมึน
การแสดงออกจะเพิ่มมากขึ้น 40% ตรงกันข้ามกับการสั่งการของสมอง
 
<<< สภาพทางกายภาพ >>>
ตัวเริ่มลาย เจอยุงดูดเลือดไปหลายจุด
ผลกระทบ อาจส่งผลให้เป็น โรคไข้เลือดออก ได้
แต่ตอนนี้ยังไม่เป็น อนาคต ก็ไม่แน่
 
อัพเท่านี้ก่อน เรื่องมันเยอะ เรียบเรียงไม่ถูก + เริ่มขี้เกียจ
เอาไว้มาอัพครั้งใหม่โปรแกรมหน้าเร็วๆนี้
 
 
 

8月13日

จี๊ด!!!!!~๐*

ตบะแตก
อารมณ์พุ่ง

เจอกับคนประสานงานที่คิดว่าตัวเองโปรฯ แต่จริงๆห่วย

ถ้าเป็นความผิดเราเนี่ย เรายอมรับโดยดีเลยล่ะ

แต่ที่เป็นอยู่ตอนนี้เนี่ย มันเป็นเพราะด้านคุณไม่ได้คอนเฟิร์มเองนิ

เอาเปรียบกันมากเกินไปเปล่าคะ
เห็นเราเป็นคนใหม่เพิ่งเข้ามาทำ เลยโขกสับเหรอ

พอตัวเองมีปัญหาเลยมาลงที่คนอื่นเหรอ อย่างนี้แถวบ้านเค้าเรียกว่าโปรฯแบบอื่นนะเว้ย
แย่ที่สุด

งานหน้าเจอกันอีก เราจะเห็นว่าที่เราต้องพูดดีด้วยเพราะงานหรอกนะ
แต่จะให้ยอมทุกอย่างเหมือนตอนที่ทำงานนี้
อย่าหวังเลย พอแล้ว ทำตัวไม่ดี เอาเปรียบ โขกสับมา เราก็ไม่ดีด้วยหรอกนะ

โอ้วแม่!!!~ ประสานงานก็ต้องเจอแบบนี้สินะ

ขอให้ลูกค้ารายหน้าหน้า มีแต่ที่คุยกันได้ง่ายๆหน่อยเห๊อะ
เพื่อความสบายใจจจจจจ



ห้อย!!!~
+ +ไม่ได้เขียนนาน ไม่ได้ลืม spaces แล้วหันหน้าหา hi5 แค่ว่าเรื่องมันเยอะไปหน่อย
+ +งานรับปริญญาผ่านไป 1 เดือนแล้ว
+ +เก็บตังค์ซื้อมือถือ Omnia ที่รัก
+ +ลืมตาดูโลกอีกครั้ง
+ +"ทางเดินแห่งรัก" กับ "ความหวังที่รอคอย" แต่ "เป็นไปไม่ได้"
+ +มีแต่คนจะไปเมกากับญี่ปุ่น อย่าไปตั้งรกรากกันที่นั่นนะ กลับมาหากันบ้าง "เหงา"
+ +...


6月30日

My DaYYYY!!~๐*

 
ถ่ายรูปรับปริญญาแล้วน้า
แต่งหน้าทำผม อย่างแจ่ม
ตากล้องก็เจ๋งเลิศ
 
ขอบคุณ พี่โต้ง พี่จู ทำหรับ หน้าผมที่แอ๊บได้อีก 555+
ขอบคุณ น้องใหม่ สำหรับภาพสวยๆ และความอดทนที่อยู่ตั้งแต่ 07.30-17.30
รวม 10 ชั่วโมงเลยนะเนี่ย พี่ให้ค่าตัวแกน้อยไปเปล่าวะ
 
ขอบคุณของขวัญชิ้นต่างๆที่ทุกคนเอามาให้ในวันนั้น
ขอบคุณดอกกุหลาบ จากน้องใหม่ จากพี่จิน จากพี่ปื๊ด(ป้ายติดกระจกด้วย)
ขอบคุณตุ๊กตาหมีหน้าตาฮาๆ จากพี่อั้ม
ขอบคุณสมุดน่ารักๆ จากเบญ
ขอบคุณช่อดอกไม้ จากทราย
ขอบคุณดาว จากเมย์และเพียว
ขอบคุณน้องหมี จากเพื่อนๆวิทย์-stat ม.เกษตร(ดีใจที่แม้เราจะสนิทกันได้แค่เทอมเดียว แต่เราก็ยังไม่ลืมกัน)
ขอบคุณน้องหมา จากน้องบัว
ขอบคุณน้องแมวสีชมพูแปร๊น จากพี่กุ้งและพี่ขวัญ(คำสั่งอิมพอร์ตจากนอกเลยนะเนี่ย)
ขอบคุณกรอบรูป จากน้องอิม
ขอบคุณป้ายจบ 2550 จากปุ้มและแตง(เรารู้จักกันมามากกว่า 15 ปี แล้วนะ)
และที่สำคัญ
 
ขอบคุณทุกๆคนที่มาถ่ายรูปด้วยกันกับเรา
รวมทั้งคนที่แสดงความยินดีผ่านการสื่อสารประเภทต่างๆ
 
ดีใจมากอ่ะ พูด/บรรยายอะไรออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกเลย
 
แล้วเจอกันอีกทีวันจริงนะทุกคน
 
สถานที่ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริเวณคณะอักษรศาสตร์ หรือหน้าเทวาลัย
วันเวลา : วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม 2550 เวลาตั้งแต่ 12.00 เป็นต้นไป
 
โทรหาเราได้ตลอดเวลานะ
 
ไว้เจอกันจ้า
 
 
6月25日

My First TIME!!!~๐*

ลองเล่น illustrator ชอบใจจังเลย
 
รูปนี้เป็นรูปแรกที่ได้ลองทำออกมา
ภูมิใจว่ะ
เรื่องเล็กๆ แต่ดีใจมากมาย
 

 
 
อาจไม่ได้ดูสวยงามมากนัก แต่ก็เป็นงานที่ดีนะ
 
 
6月5日

เอ๊า งานเข้าเว้ยเฮ้ย!!!~๐*

 
โอ๊ะโอ!!!!~
งานเข้าแล้วเว้ยเฮ้ยยยยยยยยยย
ก็ดีนะ แต่ตอนนี้ทำอยู่ส่วนข้างบน เราก็จะไปวุ่นวายส่วนข้างล่างอีกแหนะ
(ขอโทษเน้อพี่ป็อบ ใจมันยังอยากอยู่ข้างล่างกระจิ๊ดๆ ก็ไม่ได้เรียนรู้งานข้างล่างเลยนิหน่า)
 
วุ่นวาย จับฉ่าย ขีดเลเวลกำลังกระเตื้องขึ้นเรื่อยๆ 5 5 5
ก็ดี งานยุ่งๆบ้าง ก็ดีกว่างานว่างๆเป็นเดือน
กลับไปทำงานต่อล่ะ
พอดีตอนนี้แว่บได้เล็กน้อย เลยมาอัพให้พอกล้อมแกล้ม
 
คิดถึง....
 
ห้อย!!!~
+ +ต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์+เรียนรู้งานอย่างเร็ว ก่อนที่จะโดนเด้งจากเก้าอี้ 5 5 5
+ +ตื่นเต้นกับซ้อมรับปริญญา เย้ยๆ
+ +ยังหาช่างแต่งหน้าทำผมไม่ได้เลย ??
+ +น้องใหม่ตากล้องค๊ะ  เวลาถ่ายรูปพี่ไม่ว่าจะเป็นรูปหมู่รึรับปริญญาอ่ะ พี่ขอแนวสั่งว่าให้ทำอะไรเลยเน้อ
     พี่มันเป็นนางแบบไร้ประสบการณ์อ่ะ 5 5 5 (รึจะถ่ายเป็นแบบ candid พี่ก็ไม่ว่าอะไรเน้อ)
+ +เอาล่ะ กลับไปทำงานแบบตั๋งๆล่ะ
 
6月1日

about:blank

 
เวลานี้ ความคิดว่างโล่งเหมือนชื่อ Title เลย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน
เหมือนมีสิ่งที่อยากพูด
แต่ก็จุกอยู่ที่ปาก
อยากทำโน่นอยากทำนี่
แต่ก็ยังห้ามตัวเอง
หลอกตัวเองอยู่รึเปล่านะ ว่าเป็นอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว
ก็ให้มันเป็นเหมือนลมที่พัด
แล้วรู้สึกชื่นใจในช่วงเวลานึงล่ะกัน
แสดงว่าตอนนี้คงอยู่ในฤดูร้อน แห้งแล้ง ล่ะมั้ง
 
ขอให้ "ลม" ช่วยพัดมาหน่อยได้มั้ย
ลมชนิดใหม่ก็ได้
แต่ไม่ต้องมาแบบพายุนะ
ถ้ามาแบบเรื่อยๆตลอดไปได้ก็คงดี
ขอเป็น
"สายลมที่หวังดี" ก็ได้
(fade ตกซะงั้น)
 

 
ห้อย!!!~
+ +เดือนนี้หมดตัว แง่งๆ
+ +สมาชิกมาอยู่ในบ้านเพิ่ม 3 ตัว แม่แมว1 ลูกแมว 2 มาเพิ่มโดยที่เจ้าของบ้านไม่รู้เลยนะเนี่ย
+ +เด้งซะงั้น เตรียมหาที่ร่อนลงจอดใหม่ก็ดีนะเนี่ย
+ +งง ชั้นต้องคืนเงินให้ใครบ้างวะเนี่ย
 
5月27日

ทำเล่น ตามประสา!!!~๐*


สืบเีนื่องจากความว่าง
ก็เลยลงมือทำ video ตัวนี้ขึ้น
ทำแบบโง่ๆงูๆปลาๆ
เหมือนจำได้ว่าตอนทำ VTR ตอนเปิดภาพค่ายทำได้ดีกว่านี้มาก
ต้องกดดันรึไงถึงทำได้ดีอ่ะ -*-

ก็เลยเอามาแปะๆไว้ให้ลองไปดูกัน
ถ้าไม่ว่างไม่ทำนะเนี่ย 5 5 5


 

5月22日

เฮฮาประสาผี!!!~๐*


ไหนๆมันก็ว่างแล้วใช่ม่ะ
ก็มาอัพเดตสเปซตัวเองพอเป็นพิธีบ้างล่ะกัน

ช่วงนี้นั่งหน้าคอมจนปวดตาปวดหลังแล้วนะ
มีงาน แต่งานไม่เข้านี่มันช้ำระกำจิตจริงๆ

เมื่อคืนนั่งดูบอล UEFA Champions League : Final 2007-2008
ระหว่างทีมสีแดง Manchester United กับทีมสีน้ำเงิน Chelsea
เชียร์ทีมไหนเร๊อะ??? ก็ทีมที่ชนะไง
(แมนยู แน่นอนอยู่แล้ว)
ดูไปลุ้นตัวโก่งไป เชียร์สุดใจขาดดิ้น เกือบทำให้ที่บ้านตื่นกันยกครอบครัว
ในที่สุดก็ได้เฮฮาประสาผี ปาร์ตี้กันยกใหญ่
ได้นอนศิริรวมทั้งหมด ก่อนแข่ง 1 ช.ม. หลังแข่งอีก 1.30 total 2.30 ช.ม.
ตื่นมาเป็นแพนด้าแล้วก็มาตอกบัตรนั่งเล่นเนตที่ที่ออฟฟิศเหมือนเดิม
เซ็งๆๆๆๆๆ เอเจนซี่โฆษณาคะ ส่งงานมาให้ดิชั้นได้ลิ้มลองหน่อยสิคะ

เดี๋ยวสิ่งที่เราจะทำหลังจากนี้คงจะเป็น ใช้ACDSeeปรับแสงรูปที่ไปเที่ยวพัทยา
แล้วก็ตัดต่อวีดีโอคลิปที่ไปเที่ยวอีกสักเล็กน้อย
(ดูเป็นงานส่วนตั๊วส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับงานที่บริษัทเลยแม้แต่น้อย)
เฮ้ออออออออ อย่ามาไล่ชั้นออกก็แล้วกันนะ ชั้นยังไม่ได้ทำงานเลย เหอๆๆๆๆ



ห้อย!!!~

+ +แอบงีบที่ออฟฟิศมันจะดูไม่ดีจนเกินไปเน๊อะ เด๋วนี้ไม่เหมือนอยู่ที่มหาลัยเวลานอนในห้องรวมล่ะ
+ +จองคอมที่โต๊ะถาวรแล้วนะ 5 5 5
+ +ไม่น่ารู้เล๊ยยยยย เจททททททททททททททท
+ +คนไทยเว้ยไม่ใช่กะเหรี่ยง แง๊ๆๆๆๆๆๆ แม่เริ่มทักว่าพูดไม่ชัดจริงจัง เพราะพวกแกนั่นแหละ
+ +ขอบคุณน้องใหม่ถาปัตย์มา ณ ที่นี้ สู้ๆกับงานต่อไปนะ แล้วมาถ่ายรูปให้พี่ด้วยล่ะ
+ +กุลสตรีที่ดีชั้นก็เป็นนะ เพียงแต่ว่าไม่แสดงออกเท่านั้น ชิชะ
+ +รับน้อง 24-26 พ.ค. บ้านเปรี้ยวยินดีต้อนรับน้องๆทุกคนค่ะ เชิญเมือง F
+ +สอบเลเวลบริติช+รับชุดครุย+หาช่างแต่งหน้า/ทำผม
       +ไปรับเข็มวิทยะฐานะ+ไปเอาTalkingDictที่ศาลาพระเกี้ยว
+ +อยากได้Mp3เครื่องใหม่อ่ะ วิจัยตลาดมาสิ ยี่ห้อไหนรุ่นไหนดี มีพี่จินแนะนำมา 1 รุ่นล่ะ
+ +รู้สึกว่า ตัวเองน่าเบื่อยังไงก็ไม่รู้ -*- หาอะไรทำหน่อยซิ

5月9日

ไร้สาระ!!!~๐*

 

ผ่านการทำงานมาแล้ว 3 วัน วันนี้วันที่ 3

งานยังว่าง...ยังไม่มีอะไรให้ทำเช่นเคย  ไฟแรงๆเริ่มลดแสงลงทุกที

แอบรู้สึกไร้ประโยชน์จิ๊ดๆ เฮ้ออออออออออ

 

เรื่องการเดินทาง

การเดินทางไปทำงานครั้งนี้เป็นครั้งที่2ในชีวิตที่รู้สึกไกลบ้านมากๆ

ครั้งแรกคือตอนต้องไปเรียนที่เกษตรฯ

ตอนอยู่เกษตรต้องตื่นเช้า แต่ว่าเดินทางขึ้นรถแค่ 2 ต่อ

แต่อยู่บริษัทนี้ต้องขึ้นรถเมล์ต่อใต้ดิน ขึ้นรถ 2 แถวแล้วเดินเข้าซอย

มากมายหลายสิ่ง

ทำให้เรา...จากคนที่คุ้นชินกับการเดินทางใกล้ๆบ้าน

กลายเป็นต้องคอยคิดเรื่องกะเวลา จะถึงกี่นาที รอกี่นาที เผื่อเวลาสาย บลา บลา ~ ~

จากคนที่เข้าแถวที่โรงเรียนตอน 7.45 ออกจากบ้าน 7.30 ก็ยังมาทันเวลา

จากคนที่มีเรียนตอน 8 โมง ออกจากบ้าน 7.45 ก็ยังทันหรือไม่ก็สายสัก 10 นาที

จากคนที่ไม่เคยเผื่อเวลา เพราะความขี้เกียจเป็นนิสัย (แย่ว่ะ!!!)

ก็ต้องมาเปลี่ยนไป เป็นคนที่เผื่อเวลามากขึ้น

(ซึ่งก็ดีนะ ถ้าทำได้ต่อไปเรื่อยๆ เวิร์คอยู่ๆ)

 

เรื่องที่บริษัท

พี่ที่บริษัทก็ดีนะ ใจดี ตอนนี้อาจจะยังไม่คุ้นเคยกัน แต่ก็ดู Friendly กันทุกคน

ไอ้เราก็แบบเกรงใจ เป็นเด็กใหม่อยู่ ก็ไม่กล้าแสดงออกอะไรมากมาย เด๋วเขาจะอึ้งกัน

ช่วงนี้ก็ได้แต่รอเวลาให้งานเข้า จะได้รู้ว่าการทำงานจริงๆเป็นยังไง

มันจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน  ก็ได้แต่เฝ้าคอยกันต่อไป

 

แต่ว่า สถานการณ์ตอนนี้มันก็น่ากังวลใจเสียเหลือเกิน

 


 

บ้านรับน้อง

 

ทำไมนะ เราถึงรู้สึกผูกพันกับสิ่งที่เป็นนามธรรมสิ่งนี้เหลือเกิน

บ้านเปรี้ยว

ตอนเข้ามาครั้งแรก เพื่อนเราบอกให้เข้าบ้านเปรี้ยว

บ้านเปรี้ยวเหรอ โอเค ได้ เอ๊ะ แต่ชื่อเรามันไม่ใช่นิ

ไม่เป็นไร “ย้ายยยยยย

พี่บ้านๆน่ารักเทคแคร์ดีกันทุกคน

ส่วนเรื่องเพื่อน เพราะมาพร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน

เลยรู้สึกว่ายังไม่ต้องเริ่มหาเพื่อนใหม่ก็ได้มั้ง

ก็เลยตัวติดกับเพื่อนเก่า+เพื่อนคณะ อยู่อย่างเดียว

ทำให้แทบไม่ได้รู้จักใครเลย

แต่ว่า คนที่รู้จักตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ก็ยังสนิทเฮฮา เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและเรื่อยๆ

 

ความประทับใจของบ้านเวลานั้น บอกได้แค่ว่า

ดี เป็นกันเอง พี่ๆดี เพื่อนๆดี อยากมาทำบ้านรับน้องปีหน้ามั่งจัง

ตอนนั้น คิดแค่นั้นเอง

 

พอเข้าสู่ช่วงที่ตัวเองต้องมาทำเป็นพี่บ้านบ้าง

ความรู้สึกบอกได้คำเดียวว่า “เหนื่อยแสกกกกกก

แต่ผลของความเหนื่อยนั้น มันคุ้มค่ามากมาย

ช่วงแรกที่ทำบ้าน ตัวเราเองก็ไม่ได้ให้เวลากับบ้านตลอดเวลา เพราะต้องทำพี่เชียร์

(พี่เชียร์อักษรฯเหนื่อยกว่าบ้านรับน้องเป็นinfinityเท่า)

แต่พอหลังจากเคลียร์เรื่องตัวเองเสร็จก็ทุ่มเททุกอย่างให้บ้าน เวลาที่มีก็เข้าบ้าน

คุยกับเพื่อนสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซ้อมสันท์ นั่งทำอุปกรณ์ คิดแผน เตรียมงาน

เวลาต่างๆที่ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนที่อยู่กันคนละคณะ เพื่อนที่เราโทรเรียกมา

เวลานั้น มันสนุกมากๆ  สนุกไร้คำบรรยายใดๆ

เพื่อนที่แทบจะไม่รู้ว่า อยู่บ้านเดียวกัน ก็กลายเป็นเพื่อนซี้ปึ๊ก

เพื่อนผู้ชายที่ไม่คิดว่ามันจะสนใจบ้านไม่มายุ่งกับกิจกรรมพวกนี้ ก็กลายเป็นแกนสัน

รุ่นพี่ที่ไม่คิดว่าจะโหด ก็โหดจนขนาดคอยเคี่ยวพวกเราตลอดเวลา

บ้านที่คิดว่าไม่น่าซีเรียสจริงจังเท่าของคณะ ก็กลายเป็นความรู้สึกทุ่มเทแบบจริงจัง

เพราะบ้านรับน้องบ้านเปรี้ยวแห่งนี้ ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพียงแค่ให้พี่บ้านมาสนุก

แต่เป็นการสร้างขึ้นมา เพื่อสร้างพี่บ้านที่รับผิดชอบและทุ่มเทเพื่อน้อง

เพราะต้องการให้น้องที่เข้ามาใหม่ มีความสุขที่ได้เข้ามาอยู่ในรั้วมหาลัยนี้

ให้สมกับคำว่า “รับน้อง” ตามความหมายที่นิยามกันไว้

 

ช่วงเวลารับน้อง เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกว่า มีความสุขที่สุด

เราได้เจอเพื่อน ได้สนิทกับเพื่อน สิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งแรกที่ได้จากการทำบ้านรับน้อง

ได้ทำงานร่วมกัน ทุกข์สุขด้วยกัน หัวเราะและร้องไห้ไปด้วยกัน

เวลานั้นรู้สึกแค่ว่าไม่อยากให้เวลามันผ่านไป และไม่อยากให้การรับน้องนี้จบไป

 

อีกสิ่งนอกจากจะได้เพื่อนใหม่แล้ว ยังได้รู้จักน้องๆหน้าใหม่ๆ

ได้ทำสิ่งที่สู้เตรียมงานไว้ให้น้องตลอดระยะเวลา 3 เดือน

ผลลัพธ์ที่ได้กลับมามีทั้งดีและไม่ดี แต่เราว่าผลดีมีมากกว่าเห็นๆ

ส่วนที่ไม่ดีก็เอามาเป็นหัวข้อไว้แก้ไขในปีต่อๆไป

 

ช่วงเวลาที่ได้ยินเสียงน้องดำเนินกิจกรรมไปพร้อมกับเรา

เสียงโห่ร้องชื่อ บ้านเปรี้ยวที่ดังกระหึ่ม

ท่าทางฝีไม้ลายมือที่น้องได้วาดลวดลายการเต้นที่มันส์สุดๆ เท่าที่พี่ๆเคยได้เห็น

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของน้องๆที่เปิดเผยและจริงใจ

สายตาที่มุ่งมั่นเอาจริงเอาจังเพื่อบ้าน(อาจมาจากความรำคาญที่พี่ๆพูดเป่าหูก็ได้ -*-)

ให้ตายเห๊อะ!!! เวลานั้นมันช่างจุกปากจุกลิ้นปี่จนพูดไม่ออกจริงๆ

มันเกินกว่าจะพูดได้ ทุกอารมณ์ความรู้สึก มันพุ่งพล่านไปทั่ว

เวลานั้นบอกได้คำเดียวว่า มันส์ สะใจ และตื้นตันใจที่สุด

 

เฮ้ออออออออออออออ

เวลานี้งานรับน้องก็เวียนมาอีกปี

ก็ขอให้งานรับน้องครั้งนี้

ทั้งพี่บ้าน และน้องบ้าน จะได้รับรู้ถึงความรู้สึกอย่างที่เราได้รับนะ

เต็มที่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 
4月20日

D I Y By MaEM3ow!!!~๐*

 
นาฬิกาที่บ้านมันตายไปเรือนนึง
ด้วยความที่จะหาซื้อเรือนใหม่ก็ขี้เกียจออกจากบ้าน
 
ถ้างั้น วันนี้เราขอแนะนำให้คุณคุณทั้งหลาย
ลองทำนาฬิกาเป็นแบบฉบับของตัวเองดูสักหน่อยเป็นไง
 
อุปกรณ์
+ การ์ดกระดาษแข็งขนาดเท่าไพ่ 12 ใบ
+ กระดาษสติ๊กเกอร์ผ้าสักหลาดสีน้ำตาลที่เหลือจากกิจกรรมอื่น
+ เข็มนาฬิกา จากนาฬิกาเรือนเก่า
+ ตัวเครื่องนาฬิกา จากนาฬิกาอีกเรือนที่ไม่ใช้แล้ว
+ ที่เย็บกระดาษขนาดเหมาะมือ
+ กาวลาเทกซ์&สก็อตเทป&กาว2หน้า
+ กรอบพลาสติกนาฬิกาเรือนเก่า
+ กระดาษปฏิทินสีขาวขนาดใหญ่
+ ตัวเลข1-12 จากนาฬิกาเรือนเดิม
+ ถ่านไฟฉายขนาด AA
 
วิธีการทำ
+ เริ่มด้วย รื้อนาฬิกาเรือนเดิมที่ใช้ไม่ได้แล้ว เพื่อหาชิ้นส่วนที่จะนำมา Reuse
+ นำการ์ดกระดาษ 12 ใบ มาคลี่ให้เป็นรูปวงกลม จัดเรียงตัวให้สวยงาม
   เอาที่เย็บกระดาษ เย็บบริเวณวงกลมด้านในให้กระดาษติดกันไม่หลุดไปไหน
   (วิธีการง่ายๆ ให้ง้างแม๊กออกมาคล้ายเวลาจะเย็บบนกระดาน
    แต่อย่าลืมหาโฟมหรือยางลบรองด้านหลังกระดาษก่อนแม๊กลงไป)
+ ติดสติ๊กเกอร์ตรงช่องตรงกลาง ให้เหลือแค่รูเล็กๆสำหรับตัวเครื่องนาฬืกา
+ ติดเครื่องนาฬิกากับการ์ดไพ่ที่ทำสำเร็จแล้ว
+ นำกระดาษปฏิทินขนาดสี่เหลี่ยมมาตัดเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่กว่ากรอบพลาสติก
   เจาะรูตรงกลางให้เรือนนาฬืกาครอบเข้าไปได้ ติดกระดาษปฏิทินกับการ์ดไพ่
   (กระดาษปฏิทินใช้เป็นฐานเอาไว้เกี่ยวกับตะปู เพราะมันจะมีห่วงตาไก่เล็กๆติดอยู่)
+ ใส่เข็มนาฬิกา&ถ่ายไฟฉายขนาด AA ทดสอบว่าเดินดีไหม
+ นำกระดาษตัวเลขนาฬิกาเรือนเก่ามาตัดให้เหลือเฉพาะส่วนที่เป็นตัวเลข 1-12
+ จากนั้นนำตัวเลข 1-12 มาติดที่กรอบพลาสติก เว้นช่องไฟให้แจ่ม
+ นำกรอบพลาสติกและเรือนนาฬิกามาประกบเข้าด้วยกัน
+ กระดาษปฏิทินที่ยื่นออกมาให้พับติดกับกรอบนาฬิกาด้วยกาว2หน้า คล้ายกับการห่อของขวัญ
+ นำสก็อตเทปติดรอบกรอบนาฬิกา เพื่อความแข็งแรงทนทาน
+ เสร็จเรียบร้อยยยยยยยยยย
 

Image and video hosting by Geocities

Image and video hosting by Geocities

 
คือว่า ด้วยอารมณ์ติ๊ทส์แตกเล็กน้อยในวันนั้น เลยเอาแต่หมกมุ่นทำไปเรื่อยๆ
ลืมเก็บภาพประทับใจ ทั้งก่อนทำนาฬิกาพร้อมกับอุปกรณ์ทั้งหมด -*-
เลยถ่ายมาแค่หลังเสร็จมาให้เชยชมเล่นๆกันนะ
 
ใครว่างๆ(ไม่มีงานอย่างเราตอนนี้)
ลองเอาไอเดียไปลองเล่นกับของใช้ที่บ้านให้มันแปลกแหวกแนว ด้วยของReuseภายในบ้าน
แล้วจะปลื้มเมื่อทำเสร็จนะเธอ
 
หลังทำเสร็จ ชั้นวิ่งเอาไปอวดคนในบ้านทุกคนเลย
ถ้ากล้ากว่านี้หน่อยคงเอาไปอวดคนข้างบ้านด้วย
5 5 5
 
เอาล่ะพอแค่นี้ก่อน
ถ้ามี D.I.Y. อะไรใหม่ แล้วจะมาอัพเดตให้ดูให้ชมกันล่ะกัน
มีโปรแกรมจะทำหลายชิ้นอยู่
อีกอย่างยังติดของขวัญเพื่อนเลิฟอยู่คนด้วย เหอๆๆๆ
 
ติดตามชม โปรแกรมหน้า - - ->>